คำนวณภาษีเงินเดือนอย่างไร แยกรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน
คำนวณภาษีเงินเดือนด้วยลำดับรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และเครดิต พร้อมตัวอย่างที่ไม่เหมารวมสิทธิทุกคน

การคำนวณภาษีเงินเดือนไม่ใช่เอาเงินเดือนทั้งปีคูณอัตราภาษีสูงสุดทันที ต้องหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ก่อน แล้วจึงคำนวณตามขั้นเงินได้สุทธิ สุดท้ายแยกเครดิตภาษีที่ถูกหักระหว่างปีออกจากภาษีที่คำนวณได้
บทความเป็นตัวอย่างพื้นฐานของเงินเดือนอย่างเดียว ไม่ใช่คู่มือรวมค่าลดหย่อนทุกประเภทหรือคำยืนยันยอดภาษีสุดท้ายของบุคคลใด
แยกสี่ช่องไม่ให้สับสน
รายได้พึงประเมินคือรายได้ก่อนหัก ไม่ใช่เงินโอนสุทธิ ค่าใช้จ่ายทางภาษีเป็นจำนวนที่กฎหมายยอมให้หัก ค่าลดหย่อนเป็นสิทธิอีกชั้นหนึ่ง ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเครดิตที่นำมาหักตอนท้าย ไม่หักจากเงินเดือนซ้ำก่อนเริ่มคำนวณ
กฎที่ใช้ในตัวอย่าง
มาตรา 42 ทวิให้เงินได้ตาม 40(1) และ 40(2) หักค่าใช้จ่าย 50% รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท และมาตรา 47 กำหนดค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาท ตัวอย่างด้านล่างยังไม่ใส่ประกันสังคมและสิทธิอื่น เพื่อให้เห็นลำดับ ไม่ได้บอกให้ละทิ้งสิทธิเหล่านั้นเวลายื่นจริง
ตรวจหลักเกณฑ์และตารางอัตราจากกรมสรรพากรวันที่ 8 กันยายน 2026
ตัวอย่างพร้อมคำตอบ
สมมติเงินเดือน 50,000 บาทครบ 12 เดือน ไม่มีโบนัส และพิจารณาเพียงค่าใช้จ่ายเงินเดือนกับค่าลดหย่อนส่วนตัว
- รายได้ทั้งปี = 50,000 × 12 = 600,000 บาท
- ค่าใช้จ่าย 50% คำนวณได้ 300,000 แต่ติดเพดาน จึงใช้ 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 เหลือเงินได้สุทธิในตัวอย่าง 440,000 บาท
- ส่วนแรก 150,000 บาทยกเว้น; ส่วนถัดไป 150,000 × 5% = 7,500 บาท; อีก 140,000 × 10% = 14,000 บาท
- ภาษีก่อนเครดิตจึงเป็น 21,500 บาท
- สมมติมีเครดิตที่ใช้ได้ 15,000 บาท เหลือชำระเพิ่ม 6,500 บาท ก่อนปรับด้วยสิทธิหรือรายการอื่นที่ยังไม่ได้ใส่

อ่านผลลัพธ์อย่างไร
หากเพิ่มโบนัส เงินได้อื่น หรือค่าลดหย่อนที่มีสิทธิจริง ผลลัพธ์ต้องคำนวณใหม่ การได้ภาษีเป็นศูนย์ก็ไม่ควรถูกตีความว่าไม่ต้องตรวจหน้าที่ยื่นแบบ เพราะเกณฑ์หน้าที่ยื่นกับจำนวนภาษีเป็นคนละส่วน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ยอดเงินเดือนหลังหักภาษีเป็นรายได้ตั้งต้น
- หักค่าใช้จ่าย 100,000 แยกให้เงินเดือนและงาน 40(2) คนละรอบ
- นำค่าลดหย่อนปีเก่าหรือสิทธิคนอื่นมาใช้
- นับภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายและเป็นเครดิตซ้ำ
ลองตรวจตัวเลขด้วยเครื่องมือ
ใช้ เครื่องมือคำนวณเปอร์เซ็นต์ ตรวจภาษีของแต่ละช่วง เช่น 5% ของ 150,000 และ 10% ของ 140,000 ไม่ใช้เครื่องเปอร์เซ็นต์วินิจฉัยค่าลดหย่อนหรือเลือกประเภทเงินได้แทน
ทดลองแบบจำลองที่เกี่ยวข้อง
ใช้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อเปลี่ยนสมมติฐานและอ่านรายละเอียดวิธีคำนวณ เลือกอัตรา ฐานเวลา และเงื่อนไขให้ตรงกับตัวอย่างก่อนเปรียบเทียบ ตัวเลขในบทความเป็นสถานการณ์เพื่ออธิบาย ไม่ใช่ข้อเสนอหรือผลรับรองเฉพาะบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร มาตรา 38–64
- กรมสรรพากร — อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- กรมสรรพากร — วิธีคำนวณภาษีเงินได้สิ้นปี
ตรวจข้อมูลอ้างอิงวันที่ 8 กันยายน 2026 ตัวอย่างตัวเลขจัดทำขึ้นเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ข้อเสนอทางการเงินหรือคำวินิจฉัยภาษีเฉพาะบุคคล